What is SA?

หลายคนถามผมว่า SA คืออะไร มีหน้าที่อะไร วันๆมันนั่งทำอะไร ดูๆมันว่างนักใช่ไม๊ วันนี้ผมจะมาตอบให้ทุกคนหายสงใส​กัน SA นั้นหมายถึง System Analyst ทางด้านซอฟท์แวร์ที่ใช้ในธุรกิจ​ อะไรคือความสามารถพิเศษหลักๆของ​พวกเค้า เรามาดูกัน

‎1. รู้วิธีและกระบวนการวิเคราะ​ห์และออกแบบระบบ system analysis and design  ซึ่งบางอย่างที่ คิดขึ้นมากันอาจจะทำไม่ได้ จริง SA ก็จะมีหน้าที่ตบให้สามารถทำได้ใกล้เคียงที่สุด ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับความรู้ความสามารถของ SA แต่ละบุคลด้วย ซึ่งต้องขอบอกไว้ก่อนว่า SA หน้าใหม่ที่จะพึ่งแต่ ความรู้ที่เีรียนมาในห้องเรียน นั้นผมขอบอกว่า ยากครับ ถ้าคุณไม่หาความรู้เพิ่ม คุณก็จะตายในเร็ววันครับ

2. รู้ขั้นตอนระบบธุรกิจและการ​พัฒนาซอฟท์แวร์ process ทั้งของ business และ software development มีความรู้ด้านการตลาด พ่วงด้วยความ Creative เข้าไปจะยิ่ง จ๊อสมากๆ เดี๋ยวนี้จบ IT มาอย่างเดียวใช่ว่าจะเป็น SA ที่ดีได้นะครับถ้าคุณไม่ศึกษา Marketing รวมถึงกลยุทธต่างๆควบคู่ไปด้วย

‎3. มีทักษะการสื่อสาร communication และประสานงานได้ดีระหว่าง customers and developers ซึ่งก็ยากมากๆ เพราะต้องสื่อสารระหว่างคนท​ี่ไม่รู้เรื่องเลย กับคนที่ ego สูงๆ น่าปวดหัว อีกทั้ง ต้องมาประสานงาน แก้ไขงานต่างๆ อีกมากมาย (ไอ้พวกบ่นๆว่า SA ชอบว่างเนี่ยพอเจอปัญหามานแก้กันได้ไม๊น้า )

จึงจะเห็นได้ว่า การที่จะเป็น SA นั้นไม่ได้ง่ายเลยต้องใช้ ความรู้ความสามารถ รวมถึง ไหวพริบต่างๆนาๆ เพื่อให้ได้งานออกมาดี เป็นที่หน้าพอใจแก่ลูกค้าสุดที่ เลิฟของเรา ^^ ซึ่งบางองค์กร SA ค่อนข้างมีบทบาทสูง แต่ก็ในบางองค์กรอีกเช่นกัน​ กลับไม่เห็นคุณค่าของ SA เลยแม้แต่น้อน ทำให้เกิดการเปรียบเทียบระหว่าง สังคมของ SA ด้วยกัน บางที่ ค่าตัว SA อยู่ที่หมื่นต้นๆ ทั้งที่ความรู้ความสามารถอยู่ระดับหัวแถว แต่บางองค์กร SA ถูกเชิดชูให้ระดับ 100k+ ก็มี อันนี้ก็สุดแท้แต่ความสามรถนะครับ ^^ พวกโดดเด่นมากๆ ก็จะถูกซื้อตัวไป ซึ่งปัญหาที่ตามมาก็คือ หาคนมาดูแลงานต่อจาก SA คนนั้นไม่ได้ เพราะงานบางงานมันออกมาจาก Identity ของคนๆนั้น เพราะฉนั้นถ้าเก็บ SA ไว้ไม่อยู่ เวลารันงานออกไปแล้่ว ไม่มีคนที่มีความรู้ความเข้าใจจริงๆมาแก้ปัญหาก็จะกระทบถึงงานที่ SA คนเก่าดูแลได้่

และปัจจัยที่จะทำให้ SA เก่งได้ ขึ้นอยู่กับการกระตือรือร้น ในการหาความรู้เพิ่มเติมจากที่มีอย​ู่เดิม ซึ่งค่าเรียน เฉพาะทางบาง คอสแพง กว่าค่าเทอม ป.โท มหาลัยดังๆ ทั้งเทอมอีก ทั้งๆที่ ระยะเวลาเรียนแค่ 5 วัน ส่วนตัวผมควักเงินเรียนด้าน developers  App on iPhone iPad ต้นทุนในการเรียนเป็นแสน ต้องซื้อ Macbook และจ่ายค่าเรียนอันแสนแพง แถมต้องมาทำความเข้าใจเพิ่มเติมอีก เง้อ พูดแระเศร้า  หลายคนถามผมว่า อ่าวแล้วทำไมไม่เบิกบริษัทละ ผมก็จะตอบแบบบสวยงามกลับไปว่า  Positioning ผมไม่ใช่โปรแกรมมิ่งครับถ้าเบิก ไป ต่อไปผมก็ต้องมาเขียน App ให้บริษัทเพิ่มอีก งานงอกแต่เงินเดือนเท่าเดิม ขอบายดีกว่าฮะ  ผมเรียนก็เพื่อรู้ Scope ของงานนั้นๆ เพื่อที่จะได้คิดงานหรือ คุยกับ developers ได้อย่างถูกต้องใม่ใช่มีไม่ความรู้ไป ขายฝันแล้วจะมาให้ developers ทำมันก็เป็นไปได้ยาก ถึงเป็นไปได้ก็จะมีราคาสูง อันนี้ไม่ใช่ Style ผมครับ ^^  ซึ่งก็ต้องกลับมาดูที่ เงินเดือนของ SA อีกเช่นกัน ถามว่า เงินเดือน 10-20 k จะเอาปัญญาที่ไหนไปเรีีัยนครับ แล้วถ้าไม่เรียนงานที่คิดได้ก็จะมีแต่เดิม FB Fanpage บ้างละ เว็บง่ายๆบ้างละ ซึ่งเห็นได้เต็มบ้านเต็มเมืองหาความแตกต่างแทบไม่ได้เลย จริงไหมฮะ ^^

จึงจะเห็นได้ว่า สุดท้าย คนที่เห็นคุณค่าของ SA เท่านั้นที่จะ ได้ประโยชน์จาก SA คนๆนั้นไปจริงๆ ^^ (อันนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละคนด้วยฮะ บางคน ได้เงินเดือนเยอะ เอาไป ลงขวดหมดอันนี้ก็ไม่ควรฮะ ถ้าเอาไปต่อยอดความรู้ให้องค์กรอันนี้หน้าสนับสนุน)

ที่เขียนบทความนี้ เพราะ ตนเองเป็น 1 ใน SA ที่มีประสบการณ์ด้านนี้มาพอ​สมควรและ ได้รู้จัก SA รุ่นพี่ทั้งในประเทศ และที่ไปดังในต่างประเทศ ทำให้รู้สึกว่า บางครั้งการที่องค์กรไม่รู้จัก SA จริงๆ แต่มีไว้เพระาประดับองค์กร​หรือคิดว่าจะใช้งานเค้าแค่ในสิ่งที่คุณรู้ มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรให้องค์กรมันดี ขึ้นหลอกครับ เพราะความรู้ที่เค้ามีอาจสร้างงานที่แปลกใหม่ ให้องค์กรได้อีกเยอะแยะนะฮ๊าฟฟฟ  5555+

ปล. ส่วนรุ่นน้องที่กำลังจะเข้ามาเป็น SA หน้าใหม่ก็ทำผลงานให้ องค์กรเห็นก่อนครับ สั่งสมชั่วโมงบินไป ต้องมีคนที่เห็นความสามารถของเราอย่างแน่นอนครับ

บทความนี้ ผมไม่สนับสนุนให้ เรียกร้องเงินเดือนกันนะครับ แต่อยากให้ทุกคนทำงานกันให้เต็มที่ครับ เงินเดือนไม่ใเป้าหมายของการทำงานนะครับ ต่อให้คุณเรียกเยอะไป ถ้าทำงานไม่ได้ตามเงินเดือนที่ขอ เค้าก็เชิญออกอยู่ดีเพราะงั้น ประเมิณความสามารถตนเองด้วยครับ     เพราะผมเคยเห็นรุ่นน้องผมคนหนึ่งไม่รู้ไปเอาค่านิยมมาจากไหน จบมาใหม่ๆบอกว่าตนเองจะต้องได้เงินเดือน 3 หมื่น บ้าไปแล้วผลงานยังไม่มีเลยเพราะงั้น ก็อย่าไปเอาค่านิยมผิดๆมากันนะครับ เพื่อนๆคนรอบตัวที่มาบอกว่าเงินเดือน 2หมื่นสามหมื่นทั้งๆที่จบมา อาจเป็นคำโม้โอ้อวดก็ได้ครับ ลองให้เค้ากาง book bank มาดูกันเลยดีกว่า 555+ ผมเห็นหน้าแตกกันมาเยอะแล้ว อิอิ  เพราะงั้น มีน้อยใช้น้อยครับอย่าฟุ่มเฟีอย เด็กบางคนต้องกินแต่ สตาร์บัค เหอๆ เงินเดือนกระปิ๊ดเดียว ผมแค่ กาแฟข้างทางยังคิดแล้วคิดอีกเลย ^^ 

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.